โยธาไทย

ประชาสัมพันธ์จากโยธาไทย

ราคากลางงานก่อสร้างและการใช้ AI รุ่นที่ 30 จ.เชียงใหม่ราคากลางงานก่อสร้างและการใช้ AI รุ่นที่ 29 จ.สงขลาราคากลางงานก่อสร้าง และ AI  รุ่นที่ 31 ขอนแก่นราคากลางงานก่อสร้าง และ AI  รุ่นที่ 32 เพชรบุรี
กลับไปหน้าข่าวสาร
จัดซื้อ-จัดจ้าง 1 ตุลาคม 2569 website yotathai

ค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 ต้องแจ้งคู่สัญญาก่อน แล้วผ่อนปรนหรือบอกเลิกสัญญา ตามหนังสือ ว 83 ระเบียบฯ ข้อ 183

หนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 83 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 ซ้อมความเข้าใจระเบียบฯ ข้อ 183 เมื่อค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 ของวงเงิน หน่วยงานต้องมีหนังสือแจ้งคู่สัญญาก่อน ถ้ายินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไขภายในกำหนด หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาผ่อนปรนได้ ถ้ามีเงื่อนไขหรือไม่ตอบ ให้บอกเลิกสัญญาโดยเร็ว พร้อมหนังสือฉบับเต็มและไฟล์ดาวน์โหลด

ค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 ต้องแจ้งคู่สัญญาก่อน แล้วผ่อนปรนหรือบอกเลิกสัญญา ตามหนังสือ ว 83 ระเบียบฯ ข้อ 183

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ดูและดาวน์โหลดเอกสาร
ค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 แจ้งคู่สัญญาก่อน แล้วเลือกทาง ผ่อนปรนให้ทำงานต่อ หรือบอกเลิกสัญญา ตามหนังสือ ว 83 ระเบียบฯ ข้อ 183

งานล่าช้าจนค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง หน่วยงานของรัฐต้องมีหนังสือแจ้งคู่สัญญาก่อน แล้วจึงผ่อนปรนหรือบอกเลิกสัญญาตามคำตอบของคู่สัญญา นี่คือแนวทางที่คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ซ้อมความเข้าใจไว้ในหนังสือ ว 83 เพื่อให้หน่วยงานของรัฐทุกแห่งปฏิบัติตามระเบียบฯ ข้อ 183 ในแนวทางเดียวกัน

ข้อมูลหนังสือ
เลขที่: ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 83
ลงวันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2562
จาก: คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง
ถึง: หน่วยงานของรัฐทุกแห่ง รวมถึงผู้บริหารท้องถิ่น
เรื่อง: การซ้อมความเข้าใจการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 183
📄 เปิดหนังสือ ว 83 ฉบับเต็ม (PDF 2 หน้า ค้นหาข้อความได้)

ระเบียบฯ ข้อ 183 เขียนว่าอย่างไร

นอกจากการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา 103 หากปรากฏว่าคู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงได้ และจะต้องมีการปรับตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้น หากจำนวนค่าปรับจะเกินร้อยละสิบของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาดำเนินการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง เว้นแต่คู่สัญญาจะยินยอมเสียค่าปรับให้แก่หน่วยงานของรัฐ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาได้เท่าที่จำเป็น

ระเบียบเขียนหลักไว้ แต่ไม่ได้บอกขั้นตอนว่าต้องแจ้งคู่สัญญาเมื่อไร และถ้าคู่สัญญาตอบแบบต่าง ๆ ต้องทำอย่างไร หนังสือ ว 83 ตอบเรื่องนี้

ขั้นตอนตามหนังสือ ว 83

1ค่าปรับจะเกินร้อยละ 10: มีหนังสือแจ้งคู่สัญญา (ข้อ 1)
เมื่อครบกำหนดส่งมอบตามสัญญาแล้วล่วงเลยจนมีค่าปรับ และค่าปรับที่เกิดขึ้นจะเกินกว่าร้อยละ 10 ของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง ให้หน่วยงานของรัฐมีหนังสือแจ้งคู่สัญญาว่าค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 แล้ว และจะบอกเลิกสัญญาต่อไป เว้นแต่คู่สัญญาจะมีหนังสือแจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนดว่ายินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น
2ยินยอมเสียค่าปรับโดยไม่มีเงื่อนไข ภายในกำหนด (ข้อ 2)
หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาได้เท่าที่จำเป็น โดยหน่วยงานต้องประเมินความคืบหน้าของคู่สัญญาว่าถ้าผ่อนปรนแล้วจะทำงานแล้วเสร็จหรือไม่ แล้วเลือก 1 ใน 2 ทาง
• 2.1 ผ่อนปรน: แจ้งคู่สัญญาให้ทราบและดำเนินการตามสัญญาโดยเร็ว คู่สัญญาต้องกำหนดแผนและระยะเวลาแล้วเสร็จให้ชัดเจน
• 2.2 บอกเลิก: แจ้งการบอกเลิกไปยังคู่สัญญาโดยเร็ว เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมแจ้งการปรับ และริบหลักประกันสัญญา (ถ้ามี)
3ยินยอมแบบมีเงื่อนไข หรือไม่ตอบ (ข้อ 3)
คู่สัญญายินยอมเสียค่าปรับโดยมีเงื่อนไข หรือไม่มีหนังสือแจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้หน่วยงานของรัฐแจ้งบอกเลิกสัญญาไปยังคู่สัญญาโดยเร็ว เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมแจ้งการปรับ และริบหลักประกันสัญญา (ถ้ามี)

สรุปให้จำง่าย ๆ

  • 👉 ค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 = หน่วยงานต้องมีหนังสือแจ้งคู่สัญญาก่อน
  • 👉 ยินยอมไม่มีเงื่อนไข + ทันเวลา = ผ่อนปรนได้ (ไม่ใช่ต้องผ่อนปรนเสมอ)
  • 👉 ยินยอมมีเงื่อนไข หรือไม่ตอบ = บอกเลิกโดยเร็ว
  • 👉 บอกเลิกทุกกรณี = หนังสือ + แจ้งการปรับ + ริบหลักประกัน (ถ้ามี)

เรื่องที่มักเข้าใจคลาดเคลื่อน

ค่าปรับเกินร้อยละ 10 ยังไม่ใช่การบอกเลิกสัญญา
ข้อ 183 ใช้คำว่า "ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาดำเนินการบอกเลิก" และ ว 83 กำหนดให้หน่วยงานมีหนังสือแจ้งคู่สัญญาก่อน (ข้อ 1) ส่วนการบอกเลิกต้องแจ้งไปยังคู่สัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร (ข้อ 2.2 และข้อ 3)
ยินยอมเสียค่าปรับแล้ว ก็ยังอาจถูกบอกเลิกได้
ข้อ 2 ให้หัวหน้าหน่วยงาน "พิจารณาผ่อนปรนได้เท่าที่จำเป็น" โดยต้องประเมินความคืบหน้าก่อน ถ้าประเมินแล้วเห็นว่างานไม่น่าจะแล้วเสร็จ หน่วยงานใช้สิทธิบอกเลิกตามข้อ 2.2 ได้
ไม่ต้องรอค่าปรับถึงร้อยละ 10 ถ้ามีเหตุตามมาตรา 103
ข้อ 183 ขึ้นต้นว่า "นอกจากการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา 103" คือเป็นเหตุบอกเลิกเพิ่มเติม ไม่ได้ตัดเหตุตามพระราชบัญญัติ อ่านต่อ: การบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้าง ไม่ต้องรอค่าปรับถึง 10% · ว 755 ประเด็นที่ 1 มาตรา 103
หนังสือไม่ได้กำหนดจำนวนวันให้คู่สัญญาตอบ
ว 83 ใช้คำว่า "ภายในระยะเวลาที่กำหนด" หน่วยงานของรัฐเป็นผู้กำหนดระยะเวลานั้นในหนังสือแจ้งตามข้อ 1

เชื่อมกับหนังสือและระเบียบฉบับอื่น

  • ว 124 (1 มีนาคม 2566) ข้อ 2.2.5: เมื่อครบกำหนดส่งมอบ ถ้าค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 ให้ดำเนินการตามหนังสือ ว 83 ฉบับนี้ อ่านต่อ: ว 124 ประเด็นที่ 3 เกณฑ์ประเมินผลงาน 5 ข้อ
  • ระเบียบฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569 มีผล 10 กรกฎาคม 2569: งานก่อสร้างที่เข้าข่ายข้อ 190/2 (เช่น งานมูลค่าตั้งแต่ 5 ล้านบาทของกรมชลประทาน กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมทรัพยากรน้ำ กรมโยธาธิการและผังเมือง) บัญชีแนบท้ายข้อ 190/3 ให้คะแนนความเสียหาย
  • หลังบอกเลิกสัญญา: ทำตามหนังสือ ว 755 ลงวันที่ 30 กันยายน 2569 (แทน ว 108) อ่านต่อ: สาระสำคัญ ว 755 แนวทางหลังบอกเลิกสัญญา
  • ระเบียบฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 (เพิ่มเรื่องประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ข้อ 27) และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569 (แก้หมวด 7 ข้อ 190–191) ไม่ได้แก้ถ้อยคำข้อ 183

คำแนะนำจากโยธาไทย

ส่วนนี้เป็นคำแนะนำของโยธาไทย ไม่ใช่ข้อความในหนังสือ ว 83
• คำนวณวันที่ค่าปรับจะแตะร้อยละ 10 ไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่วันครบกำหนดส่งมอบ เช่น สมมุติวงเงิน 2,000,000 บาท ค่าปรับตามสัญญาวันละ 2,000 บาท ร้อยละ 10 = 200,000 บาท ค่าปรับจะเกินร้อยละ 10 เมื่อล่วงเลยเกิน 100 วัน (ตัวเลขสมมุติเพื่อแสดงวิธีคิด ให้ใช้อัตราค่าปรับในสัญญาจริง)
• หนังสือแจ้งตามข้อ 1 ควรระบุให้ชัด ว่าให้ตอบภายในวันที่เท่าไร และต้องยินยอมเสียค่าปรับ "โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น" ตามถ้อยคำระเบียบ
• เก็บหลักฐานวันส่งและวันรับหนังสือ ทั้งหนังสือแจ้ง หนังสือตอบ และหนังสือบอกเลิก เพราะใช้พิสูจน์ว่าคู่สัญญาตอบทันกำหนดหรือไม่
• ถ้าผ่อนปรน ให้คู่สัญญาเสนอแผนและวันแล้วเสร็จเป็นหนังสือ แล้วติดตามตามแผนนั้น
โฆษณา

หนังสือ ว 83 ฉบับข้อความ

ถอดจากหนังสือต้นฉบับทุกตัวอักษร (คงเลขไทยตามต้นฉบับ) คัดลอกไปใช้อ้างอิงในหนังสือของหน่วยงานได้

ด่วนที่สุด

ที่ กค (กวจ) ๐๔๐๕.๒/ว ๘๓

คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อ

จัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ

กรมบัญชีกลาง

ถนนพระรามที่ ๖ กทม. ๑๐๔๐๐

๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒

เรื่อง การซ้อมความเข้าใจการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑๘๓

เรียน ปลัดกระทรวง อธิบดี อธิการบดี เลขาธิการ ผู้อำนวยการ ผู้บัญชาการ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าการ หัวหน้ารัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารท้องถิ่น และหัวหน้าหน่วยงานอื่นของรัฐ

ด้วยปรากฏว่า หน่วยงานของรัฐต่างๆ มีประเด็นปัญหาในทางปฏิบัติเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑๘๓ ซึ่งกำหนดว่า “นอกจากการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงตามมาตรา ๑๐๓ หากปรากฏว่าคู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาหรือข้อตกลงได้ และจะต้องมีการปรับตามสัญญาหรือข้อตกลงนั้น หากจำนวนค่าปรับจะเกินร้อยละสิบของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้าง ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาดำเนินการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง เว้นแต่คู่สัญญาจะยินยอมเสียค่าปรับให้แก่หน่วยงานของรัฐ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาได้เท่าที่จำเป็น”

คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พิจารณาแล้ว เห็นควรซ้อมความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑๘๓ ดังกล่าว เพื่อให้หน่วยงานของรัฐต่างๆ ถือปฏิบัติให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ดังนี้

๑. เมื่อครบกำหนดส่งมอบสิ่งของหรืองานจ้างที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือข้อตกลง และได้ล่วงเลยกำหนดระยะเวลาดังกล่าวจนมีค่าปรับเกิดขึ้นแล้ว เมื่อจำนวนค่าปรับที่เกิดขึ้นจะเกินกว่าร้อยละสิบของวงเงินค่าพัสดุหรือค่าจ้างตามสัญญาหรือข้อตกลง ให้หน่วยงานของรัฐมีหนังสือแจ้งบอกกล่าวกับคู่สัญญาว่าจำนวนค่าปรับที่เกิดขึ้นจะเกินกว่าร้อยละสิบแล้ว และจะดำเนินการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงต่อไป เว้นแต่คู่สัญญาจะได้มีหนังสือแจ้งภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยจะยินยอมเสียค่าปรับแก่หน่วยงานของรัฐโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น

๒. กรณีที่คู่สัญญาได้มีหนังสือแจ้งความยินยอมเสียค่าปรับให้แก่หน่วยงานของรัฐโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น ภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้หัวหน้าหน่วยงานของรัฐพิจารณาผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงได้เท่าที่จำเป็น โดยหน่วยงานของรัฐต้องประเมินความคืบหน้าการดำเนินการตามสัญญาของคู่สัญญาว่าการผ่อนปรนดังกล่าวจะทำให้คู่สัญญาดำเนินการแล้วเสร็จหรือไม่ หรือจะต้องใช้ดุลพินิจว่าจะบอกเลิกสัญญาหรือไม่ ซึ่งมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

๒.๑ ในกรณีที่เห็นว่า ควรผ่อนปรนการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ให้หน่วยงานของรัฐแจ้งคู่สัญญาให้รับทราบและดำเนินการตามสัญญาหรือข้อตกลงโดยเร็ว โดยคู่สัญญาจะต้องกำหนดแผนและระยะเวลาการดำเนินการแล้วเสร็จให้ชัดเจน

๒.๒ ในกรณีที่จะใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลง ให้หน่วยงานของรัฐแจ้งการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงไปยังคู่สัญญาโดยเร็ว ทั้งนี้ การแจ้งบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงจะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมกับแจ้งการปรับ และริบหลักประกันสัญญาหรือข้อตกลง (ถ้ามี)

๓. กรณีที่คู่สัญญาได้มีหนังสือแจ้งความยินยอมเสียค่าปรับให้แก่หน่วยงานของรัฐโดยมีเงื่อนไข หรือกรณีคู่สัญญาไม่มีหนังสือแจ้งความยินยอมดังกล่าวภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควรให้หน่วยงานของรัฐแจ้งการบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงไปยังคู่สัญญาโดยเร็ว ทั้งนี้ การแจ้งบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงจะต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมกับแจ้งการปรับและริบหลักประกันสัญญาหรือข้อตกลง (ถ้ามี)

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ และแจ้งหน่วยงานในสังกัดและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติต่อไป

ขอแสดงความนับถือ

(นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ)

อธิบดีกรมบัญชีกลาง

ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงการคลัง

ประธานกรรมการวินิจฉัย

กองการพัสดุภาครัฐ

ฝ่ายเลขานุการ

โทร. ๐ ๒๑๒๗ ๗๐๐๐ ต่อ ๔๕๘๙

โทรสาร ๐ ๒๑๒๗ ๗๑๘๕ - ๖

📥 เอกสารดาวน์โหลด

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง


อ้างอิง: หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 83 ลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 · พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 103 · ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 183 · ระเบียบฯ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569 ข้อ 190/2 ข้อ 190/3 และบัญชีเอกสารแนบท้าย · หนังสือ ว 124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 ข้อ 2.2.5

ข่าวนี้ปรับปรุงจากบทความเดิมบนโยธาไทย ลงครั้งแรก 26 กุมภาพันธ์ 2562

โฆษณา
ลิงก์สั้นสำหรับแชร์ (Facebook / LINE)
ผู้เข้าชม: 11 ครั้ง
โฆษณา

ความคิดเห็น

กำลังโหลดความคิดเห็น...

ประชาสัมพันธ์จากโยธาไทย

โปรแกรมคำนวณเงินชดเชยค่างานก่อสร้าง ค่า K ปี 2569 ราคา 528 บาท รวม VATโยธาไทยจำหน่ายโปรแกรม SketchUp Pro ลิขสิทธิ์แท้ แบบรายปี 1-3 ปีโปรแกรม ROAD PRICE ประมาณราคางานทาง 963 บาท รวม VAT อัพเดทฟรี 1 ปีสัญญาแบบปรับราคาได้ (ค่า K) และ AI รุ่นที่ 4 ระยอง