แบบสัญญาจ้างก่อสร้างใหม่ 2569 เทียบฉบับเดิม เปลี่ยนตรงไหนบ้าง เจาะลึกข้อ 7
เทียบแบบสัญญาจ้างก่อสร้างฉบับใหม่ 2569 กับฉบับเดิม 2561 ทีละตัวอักษรทั้งฉบับ ของใหม่จริงมี 2 เรื่อง อยู่ในข้อ 7 ทั้งคู่ คือเพิ่มเหตุบอกเลิกสัญญากรณีเกิดความเสียหายร้ายแรง และเปลี่ยนคำเป็นบุคคลล้มละลาย พร้อมภาพต้นฉบับราชกิจจานุเบกษาไฮไลต์จุดที่เปลี่ยน

เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ดูและดาวน์โหลดเอกสาร📌 คำตอบสั้นที่สุด
แบบสัญญาจ้างก่อสร้างฉบับใหม่ ใช้บังคับตั้งแต่ 22 กันยายน 2569 เทียบกับฉบับเดิมปี 2561 ทีละตัวอักษรทั้งฉบับแล้ว ของใหม่จริงมี 2 เรื่อง และอยู่ในข้อ 7 ทั้งคู่
- 🔴 เพิ่มเหตุบอกเลิกสัญญา 1 เหตุ คือเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงจากงานก่อสร้าง ถึงขั้นเป็นภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน
- 🔴 เปลี่ยนคำ จาก "ตกเป็นผู้ล้มละลาย" เป็น "ตกเป็นบุคคลล้มละลาย"
ทั้ง 2 เรื่องใส่ไว้ทั้งใน ข้อ 7 (ก) และ ข้อ 7 (ข) ด้วยถ้อยคำเดียวกันทุกตัวอักษร ส่วนข้ออื่นทั้งหมดเหมือนเดิม
📥 ดาวน์โหลดแบบสัญญาจ้างก่อสร้าง ฉบับใหม่ (13 หน้า)
ดูของจริง: ข้อ 7 ฉบับเดิม เทียบ ฉบับใหม่
ภาพนี้ตัดมาจากราชกิจจานุเบกษาทั้ง 2 ฉบับ ไม่ได้พิมพ์ใหม่
- 🟧 แถบสีส้ม คือข้อความที่เพิ่มเข้ามา ฉบับเดิมไม่มี
- 🟦 แถบสีฟ้า คือคำที่เปลี่ยน
- ในภาพฉบับเดิม ขีดสีส้ม คือจุดที่ข้อความใหม่ถูกแทรกเข้าไป และ กรอบแดง คือคำเดิมที่ถูกเปลี่ยน
อ่านเป็นตัวหนังสือ (ท่อนที่เปลี่ยน)
ฉบับเดิม 2561
...หรือจะแล้วเสร็จล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลา หรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือตกเป็น
ผู้ล้มละลาย หรือเพิกเฉย...
ฉบับใหม่ 2569
...หรือจะแล้วเสร็จล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลา หรือในกรณีที่ในระหว่างระยะเวลาที่ผู้รับจ้างต้องทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาหรือที่ผู้รับจ้างได้รับการขยายเวลาทำงานออกไป จนถึงวันที่ผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานครั้งสุดท้าย ได้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงอันเกิดจากงานก่อสร้างหรือเกิดขึ้นแก่งานก่อสร้าง ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชนและ/หรือทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน อันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานใด ๆ ของผู้รับจ้าง หรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือตกเป็นบุคคลล้มละลาย หรือเพิกเฉย...
เทียบทั้งฉบับ ต่างกัน 7 จุด แต่ของใหม่จริงมีแค่ 4
ถ้าเอาฉบับที่ลงราชกิจจานุเบกษาปี 2561 มาเทียบตรง ๆ จะเจอความต่าง 7 จุด แต่ 3 จุดในนั้นไม่ใช่ของใหม่ เพราะแก้ไปแล้วตั้งแต่ปี 2564 ด้วยหนังสือ ว1052
🔴 ของใหม่จริง (4 จุด อยู่ในข้อ 7)
- ข้อ 7 (ก) เพิ่มเหตุบอกเลิก กรณีเกิดความเสียหายร้ายแรง
- ข้อ 7 (ข) เพิ่มเหตุเดียวกัน ถ้อยคำเหมือนกันทุกตัวอักษร
- ข้อ 7 (ก) "ผู้ล้มละลาย" เปลี่ยนเป็น "บุคคลล้มละลาย"
- ข้อ 7 (ข) เปลี่ยนคำเดียวกัน
⚪ มีอยู่แล้วตั้งแต่ ว1052 (แบบใหม่แค่รวมเข้ามาไว้ในตัว)
- ข้อ 5.6 (ก) ผู้รับจ้างขอคืนหลักประกันการรับเงินค่าจ้างล่วงหน้าบางส่วนก่อนได้
- ข้อ 5.6 (ข) เรื่องเดียวกัน
- วิธีปฏิบัติท้ายแบบ ข้อ (10) แก้คำพิมพ์ผิด "หรืองเงื่อนไข" เป็น "หรือเงื่อนไข"
หนังสือ ว1052 คือหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 1052 ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2564 เรื่อง การคืนหลักประกันการรับเงินค่าพัสดุล่วงหน้า หน่วยงานที่ใช้แบบสัญญาตาม ว1052 อยู่แล้ว สิ่งที่ต้องปรับจริงมีเฉพาะข้อ 7
เหตุบอกเลิกใหม่ อ่านทีละท่อน
📜 แบบสัญญาเขียนไว้ แยกได้เป็นท่อน ๆ ดังนี้
- ช่วงเวลา "ในระหว่างระยะเวลาที่ผู้รับจ้างต้องทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาหรือที่ผู้รับจ้างได้รับการขยายเวลาทำงานออกไป จนถึงวันที่ผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานครั้งสุดท้าย"
แปลว่า ใช้ได้ตลอดตั้งแต่ทำงาน รวมช่วงที่ขยายเวลา ไปจนถึงวันตรวจรับครั้งสุดท้าย - ความเสียหาย "ความเสียหายอย่างร้ายแรงอันเกิดจากงานก่อสร้างหรือเกิดขึ้นแก่งานก่อสร้าง"
คือความเสียหายที่งานก่อสร้างไปทำให้เกิด หรือความเสียหายที่เกิดกับตัวงานก่อสร้างเอง - ความรุนแรง "ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชนและ/หรือทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน"
- ต้นเหตุ "อันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานใด ๆ ของผู้รับจ้าง"
คือผู้รับจ้างทำ หรือไม่ทำ อย่างใดอย่างหนึ่ง จนเกิดความเสียหายนั้น
เมื่อเข้าเหตุนี้ ผลตามข้อ 7 คือ ผู้ว่าจ้าง มีสิทธิบอกเลิกสัญญา และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่ทำงานต่อ และการบอกเลิก ไม่กระทบสิทธิเรียกค่าเสียหาย
💡 ความเห็นโยธาไทย
- ฉบับเดิมไม่มีเหตุนี้เขียนไว้ตรง ๆ ฉบับใหม่เขียนไว้ชัด ผู้ว่าจ้างไม่ต้องตีความว่าเรื่องแบบนี้เข้าเหตุบอกเลิกข้ออื่นหรือไม่
- เหตุนี้ครอบคลุมถึงวันตรวจรับครั้งสุดท้ายเท่านั้น หลังจากนั้นเป็นช่วงรับประกันความชำรุดบกพร่องตามข้อ 8
- ประกาศไม่ได้ระบุเหตุผลที่เพิ่มเหตุนี้ เราจึงไม่คาดเดาเหตุผลแทน
อะไรไม่เปลี่ยนในข้อ 7
- วิธีกำหนดเวลาเริ่มงานและแล้วเสร็จ ทั้ง 7 (ก) และ 7 (ข)
- การเสนอแผนงานใน 7 (ก)
- เหตุบอกเลิกเดิมทุกเหตุ ได้แก่ ไม่เสนอแผนงาน (เฉพาะ 7 (ก)) ไม่ลงมือทำงาน ทำไม่เสร็จตามกำหนด มีเหตุให้เชื่อได้ว่าจะไม่เสร็จหรือล่าช้า ทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง ตกเป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และเพิกเฉยไม่ทำตามคำสั่งของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ผู้ควบคุมงาน หรือบริษัทที่ปรึกษา
- ประโยคปิดท้าย "การที่ผู้ว่าจ้างไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดตามสัญญา"
- ผลหลังบอกเลิก ยังเป็นไปตามข้อ 17 (ค่าปรับ) ข้อ 18 (สิทธิของผู้ว่าจ้างภายหลังบอกเลิกสัญญา) และข้อ 19 (การบังคับค่าปรับ ค่าเสียหาย และค่าใช้จ่าย) เหมือนเดิม
ใช้แบบไหน และ 7 (ก) กับ 7 (ข) ต่างกันอย่างไร
ใช้แบบไหน
- สัญญาที่ ลงนามก่อน 22 ก.ย. 2569 ใช้แบบเดิมต่อไปได้ ไม่ต้องทำสัญญาใหม่ (ข้อ 5 ของประกาศ)
- สัญญาที่ ลงนามตั้งแต่ 22 ก.ย. 2569 ใช้แบบใหม่ ฉบับที่ 3
7 (ก) กับ 7 (ข) ต่างกันที่ "วิธีกำหนดเวลา"
- 7 (ก) เริ่มงานและแล้วเสร็จ นับวันถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน และมีวรรคให้ผู้รับจ้างเสนอแผนงานภายในกี่วันนับถัดจากวันลงนามในสัญญา
- 7 (ข) กรอกวัน เดือน ปี ที่เริ่มงานและที่ต้องแล้วเสร็จไว้ในสัญญาเลย ไม่มีเรื่องเสนอแผนงาน
เรื่องแผนงานใน 7 (ก) แบบสัญญาเขียนว่าผู้รับจ้างต้องเสนอแผนงาน "ให้เป็นที่พอใจแก่ผู้ว่าจ้าง" ความพอใจจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อผู้ว่าจ้างแสดงออกมา คือ อนุมัติแผนงานเป็นหนังสือ ลำดับที่ถูกต้องจึงเป็น
- ผู้รับจ้างเสนอแผนงาน
- ผู้ว่าจ้างอนุมัติแผนงาน
- ผู้ว่าจ้างออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน
- เริ่มนับวันตามสัญญา
วรรคเสนอแผนงานนี้ แบบสัญญากำหนดในเชิงอรรถ (19) ว่า "เป็นข้อความหรือเงื่อนไขเพิ่มเติม ซึ่งหน่วยงานของรัฐผู้ทำสัญญาอาจเลือกใช้หรือตัดออกได้ ตามข้อเท็จจริง"
⚠️ ข้อควรระวัง: ข้อ 7 (ก) และ 7 (ข) ไม่ได้แบ่งตามสัญญาราคาต่อหน่วยหรือราคาเหมารวม ในแบบสัญญา คำว่า "(สำหรับสัญญาที่เป็นราคาต่อหน่วย)" และ "(สำหรับสัญญาที่เป็นราคาเหมารวม)" มีเฉพาะที่ข้อ 4 ข้อ 5.3 และข้อ 5.6 ข้อ 7 ไม่มีคำนี้เลย
อ่านเรื่องวันเริ่มงานเพิ่มเติม: วันเริ่มทำงานตามสัญญา แบบมีแผนการทำงานและแบบไม่มี (7 ก และ 7 ข) · หยุดความเข้าใจผิด คิดว่าสัญญาจ้างก่อสร้างมีผลหลังวันเซ็น
⚖️ ข้อความเต็มข้อ 7 ฉบับใหม่ 2569
ข้อ 7 (ก) กำหนดเวลาแล้วเสร็จและสิทธิของผู้ว่าจ้างในการบอกเลิกสัญญา
(19) ภายในกำหนด......(......) วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ผู้รับจ้างจะต้องเสนอแผนงานให้เป็นที่พอใจแก่ผู้ว่าจ้าง โดยแสดงถึงขั้นตอนของการทำงานและกำหนดเวลาที่ต้องใช้ในการทำงานหลักต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จ
ผู้รับจ้างต้องเริ่มทำงานที่รับจ้างภายในกำหนด......(......) วัน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน และจะต้องทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนด......(......) วันนับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าวนั้น
ถ้าผู้รับจ้างมิได้เสนอแผนงาน หรือมิได้ลงมือทำงานภายในกำหนดเวลาหรือไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา หรือมีเหตุให้เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา หรือจะแล้วเสร็จล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลา หรือในกรณีที่ในระหว่างระยะเวลาที่ผู้รับจ้างต้องทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาหรือที่ผู้รับจ้างได้รับการขยายเวลาทำงานออกไป จนถึงวันที่ผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานครั้งสุดท้าย ได้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงอันเกิดจากงานก่อสร้างหรือเกิดขึ้นแก่งานก่อสร้าง ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชนและ/หรือทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน อันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานใด ๆ ของผู้รับจ้าง หรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดหรือตกเป็นบุคคลล้มละลาย หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ควบคุมงานหรือบริษัทที่ปรึกษาซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญานี้ได้ และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้าทำงานของผู้รับจ้างให้ลุล่วงไปได้ด้วย การใช้สิทธิบอกเลิกสัญญานั้นไม่กระทบสิทธิของผู้ว่าจ้างที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง
การที่ผู้ว่าจ้างไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้นนั้น ไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดตามสัญญา
ข้อ 7 (ข) กำหนดเวลาแล้วเสร็จและสิทธิของผู้ว่าจ้างในการบอกเลิกสัญญา
ผู้รับจ้างต้องเริ่มทำงานที่รับจ้างภายในวันที่ ...... เดือน ...... พ.ศ. ...... และจะต้องทำงานให้แล้วเสร็จบริบูรณ์ภายในวันที่ ...... เดือน ...... พ.ศ. ...... ถ้าผู้รับจ้างมิได้ลงมือทำงานภายในกำหนดเวลา หรือไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา หรือมีเหตุให้เชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา หรือจะแล้วเสร็จล่าช้าเกินกว่ากำหนดเวลา หรือในกรณีที่ในระหว่างระยะเวลาที่ผู้รับจ้างต้องทำงานให้แล้วเสร็จตามสัญญาหรือที่ผู้รับจ้างได้รับการขยายเวลาทำงานออกไป จนถึงวันที่ผู้ว่าจ้างได้ตรวจรับงานครั้งสุดท้าย ได้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงอันเกิดจากงานก่อสร้างหรือเกิดขึ้นแก่งานก่อสร้าง ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดภยันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชนและ/หรือทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานหรือละเว้นการปฏิบัติงานใด ๆ ของผู้รับจ้าง หรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อใดข้อหนึ่ง หรือตกเป็นผู้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด หรือตกเป็นบุคคลล้มละลาย หรือเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุหรือผู้ควบคุมงานหรือบริษัทที่ปรึกษาซึ่งได้รับมอบอำนาจจากผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้างมีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญานี้ได้ และมีสิทธิจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เข้าทำงานของผู้รับจ้างให้ลุล่วงไปด้วย การใช้สิทธิบอกเลิกสัญญานั้นไม่กระทบสิทธิของผู้ว่าจ้างที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง
การที่ผู้ว่าจ้างไม่ใช้สิทธิเลิกสัญญาดังกล่าวข้างต้นไม่เป็นเหตุให้ผู้รับจ้างพ้นจากความรับผิดตามสัญญา
ที่มา
- ฉบับใหม่: ประกาศคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ เรื่อง แบบสัญญาเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างฯ (ฉบับที่ 3) ประกาศ ณ วันที่ 9 กันยายน 2569 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 229 ง หน้า 8 วันที่ 21 กันยายน 2569 ใช้บังคับตั้งแต่ 22 กันยายน 2569
- ฉบับเดิม: ประกาศฯ ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนพิเศษ 37 ง วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561
อ่านต่อ
ความคิดเห็น
กำลังโหลดความคิดเห็น...






